ฝน – (สัมภาษณ์นักแสดง 2005)

ฝน - ประภาพร จันทร์แสงตอง
สเกลภาพยนตร์เรื่อง “THE LORD OF THE RINGS”

ภาพผู้หญิงตัวเล็กนิ้ดเดียวก้าวออกมาจากประตูบ้านสีฟ้า แถมด้วยผ้าคาดผมสีอ่อน ๆ ตัดกับผมตรงสีน้ำตาลเข้ม ยิ่งเพิ่มให้ทุกอย่างดูสดใส เป็นภาพติดตาเรามาจนถึงขณะนี้ แล้วยิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงพูดและเสียงหัวเราะของพี่ฝน คนที่เรากำลังจะเริ่มบทสัมภาษณ์วันนี้ ต่อให้คุณเป็นคนใจหิน

หรือเพิ่งผ่านเหตุการณ์ณ์ย่ำแย่มาหนักแค่ไหน คุณก็จะอดอมยิ้มให้กับทุกอย่างที่คุณสัมผัสได้ของทุกโสตประสาทจากพี่ฝนคนนี้ไม่ได้ เฮ้อ...ธรรมชาตินี่ขี้เล่นไม่เบา ถึงได้เอาความงดงามอีกส่วนของโลกมาย่อเอาไว้ภายใต้ส่วนสูงเกินร้อยเซนติเมตรนิดหน่อยเท่านั้น

Q – เล่าถึงประสบการณ์สนุก ๆ ที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสการทำงานของภาพยนตร์ระดับโลก ?


A – เริ่มจากเมื่อทราบว่าทางนั้นเขาสนใจเราเอเย่นต์เขาก็ยอมให้เราหาคนไทยไปด้วย คือน้องคนนี้เนี่ยด้วยความบังเอิญหรืออะไรไม่รู้ เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันด้วย เหมือนพากันไปตายเอาดาบหน้า ที่เครื่องบินเราไปลงน่ะไม่ใช่เมืองที่เราพักเพราะต้องไปลงที่เมืองใหญ่ คือ โอ๊คแลนด์ แล้วต่อเครื่องไปที่เมืองของเราอีกที อารมณ์เหมือนลงกรุงเทพฯ แล้วต้องต่อไปเชียงใหม่อะไรอย่างเนี้ยค่ะ ไปถึงก็มีคนมารอรับเราก็เข้าไปที่ออฟฟิศกัน เพราะเขาตั้งกองถ่ายกันเรียบร้อยแล้ว รู้สึกเราจะไปล่าช้ากว่าคนอื่นนิดหน่อย ไปเห็นแล้วตื่นตาตื่นใจมาก อากาศหนาวมาก ๆ เราก็สั่นมากเลยเขาก็พาไปทำความรู้จักกับทีมงาน วันแรกนี่เขาให้เบี้ยเลี้ยงเลยนะคือเขาจะไม่ให้เราจ่ายเงินเองลุย แล้วก็พาเข้าที่พักตอนแรกเป็นโรงแรม ช่วงแรกเขาก็ยังไม่ได้ให้เราทำอะไรนะคะ เขาให้เราปรับตัวก่อนแต่เขาก็พาเราเข้าออฟฟิศทุกวันนะ ไปลองทุกอย่างที่เราต้องใช้ เสื้อผ้า วิกผม ประมาณอาทิตย์ สองอาทิตย์

Q – วันแรกของการทำงานเป็นอย่างไร ?

A – เขาก็ให้เราไปทำความรู้จักกับสเกลทั้งหมด มีไปก่อนหน้าเราอยู่ 4 คน มีอินเดีย 3 แล้วก็คนอเมริกัน เขายังไม่ได้วางว่าจะให้เราเป็นสเกลของใคร ต้องแคสต์เพื่อเขาจะดูก่อนว่าคาแรกเตอร์ของเราคือคนไหน ต้องทำทุกอย่าง ฝึกใหม่หมดเลย ฝึกแอคติ้ง ฝึกฟันดาบ ขี่ม้า... เวลาเขาฝึกเขาก็จะรวมฝึกพร้อมกับนักแสดงทุกคนหมดเลย เขาก็จะแบ่งเป็นชั่วโมงเรียนของแต่ละวันให้กับเรา อย่างตอนเช้าไปเรียนฟันดาบ บ่ายไปเรียนแอ็คติ้ง พรุ่งนี้ไปเรียนขี่ม้า เป็นอย่างนี้อยู่ 4 อาทิตย์ จนถึงวันถ่ายทำฯ ด้วยความที่เราไม่ใช่นักแสดงมาก่อนไงเราก็กลัวไปหมด กลัวผู้กำกับฯ ทั้ง ๆ ที่ผู้กำกับฯ ก็ไม่ดุ แต่เรากลัวเราจะทำผิดเพราะถูกสอนมาว่าถ้าเราผิดเยอะ ๆ น่ะ เขาจะเสียหายเยอะเพราะค่าฟิล์มค่าเทปเขาแพง เราก็จะรู้สึกกดดัน ส่วนฉากที่เรากลัวก็จะเป็นฉากขี่ม้า เพราะเรากลัวม้าไง (หัวเราะ) เพราะตอนขี่ม้าตัวเล็กนี่ขี่คนเดียวแล้วเคยโดนม้าแกล้งเล็บฉีกเลยง่ะ ถ้าขี่ม้าเป็นนะจะรู้ว่าม้าเนี่ย มันจะรู้ได้ว่าเรากลัวหรือไม่กลัวมัน ครูสอนเขาบอกว่ามันจะรู้ได้จากความรู้สึกตรงน่องเราน่ะ พอเราขึ้นขี่แล้วน่องเราไปสัมผัสมันปุ๊บเนี่ยมันจะรู้เลยเรากลัวมันหรือกล้าขี่มัน เราน่ะกลัวมันกลัวเต็มที่ มันเลยแกล้งเราเลยน่ะ (น้ำเสียงฟ้องสุดฤทธิ์)

Q – ถ้าให้พี่ฝนเลือกทำงานเบื้องหลังหนังเรื่องนี้พี่ฝนอยากทำตำแหน่งไหนคะ ?

A – (ตอบทันที) ผู้ช่วยผู้กำกับฯ ค่ะ อุ๊ย! ไปเชิญคนโน้นมาคนนี้มา สามารถไปบอก วิ่งไปโน่นไปนี่สนุกน่ะ สามารถไปบอกให้ดาราคนนั้นมาเข้าฉากได้แล้วนะ ท่าทางสนุก

Q – เมื่อเราได้มีโอกาสแบบนี้แล้ว เรามองอนาคตเอาไว้อย่างไร ?

A – ถ้าเป็นไปได้ก็อยากกลับไปเล่นหนังแบบนี้ค่ะ รู้สึกว่างานอย่างนี้สนุกน่ะ แล้วก็ได้เที่ยวด้วยเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้วค่ะ ก็เลยอยากไปอีกหลาย ๆ ที่ อยากไปเจอคนอีกหลาย ๆ คนอีกเยอะ ๆ ได้ไปเมืองนอกได้ยิ่งดี แต่ถ้าถามว่าถ้าต้องอยู่เมืองไทยแล้วในระยะยาวนะ เราอยากเปิดกิจการของตัวเอง อย่างแรกคือน้องเขยเขามีอู่อยู่แล้วน่ะ ก็จะทำกับเขาด้วยไง แต่ถ้างานของตัวเองเลยเนี่ย อยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง แบบไม่ใหญ่มาก เพราะเป็นคนชอบกินกาแฟติดกาแฟ แล้วความคิดนะถ้ามีตังค์น่ะ จะเปิดแบบ... อย่างทางไปเชียงใหม่อย่างเนี้ยก็จะทำเป็นซุ้มเล็ก ๆ แล้วก็จะทำเป็นบ้านฮอบบิทแบบที่เราไปประสบมาอย่างเนี้ย

อีกไม่นานพี่ฝนก็จะต้องบินลัดฟ้าไปต่างบ้านต่างแดนอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นประเทศเดิม แต่เป็นการทำงานร่วมกับภาพยนยตร์เรื่องใหม่ “LION” หวังว่าอีกไม่นานเราคงได้เห็นผลงานของพี่ฝนอีก ถึงแม้จะเป็นสเกลเช่นเดิม แต่ก็ได้มีโอกาส go inter อีกแน่นอน

หมายเหตุ : สเกล (scale) – ตัวแสดงแทนที่มีขนาดรูปร่างเล็กกว่า หรือใหญ่กว่าแต่ได้สัดส่วนที่ผู้กำกับฯ

ต้องการ



---------------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น