ปู่ชิว (เบี้องหลังโฆษณา 2004)

โฆษณา ไทยประกันชีวิต
กรณ์ เทพินทราภิรักษ์ : Executive Creative Director Ogilvy & Mather Advertising

หลายคนคงติดหูกับเสียงซอที่ปู่ชิวเพียรเดินทางไปสีให้คุณย่าฟัง แม้ร่างกายคุณย่าจะดับสลายไปแล้ว และติดตากับภาพสวย ๆ ที่ผู้คิดโฆษณาให้กับไทยประกันชีวิตชุดนี้ พยายามสื่อสารให้กับผู้ชมได้สัมผัสถึงความอบอุ่นแม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอ้างว้างนั้นได้ ซึ่งเป็นโฆษณาที่อาจไปสะกิดอะไรข้างในให้ใครหลายคนย้อนถามตัวเองตามก็อปปี้ในโฆษณา ที่ว่า “แล้วเราทำอะไรให้กับคนที่เรารักบ้าง ?”

จุดเริ่มต้น ปู่ชิว...

“เรื่องนี้ก็เป็นแคมเปญต่อเนื่องจากเรื่องที่แล้ว พีซออฟมายด์ ที่คุณแม่ให้คุณหมอทำคลอด
ก่อนกำหนด ของปู่ชิวก็จะเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกัน คือเรื่องคุณค่าของการมีชีวิต ของการใช้ชีวิต ที่คิดตัวแรกคือ พีซออฟมายด์ ขึ้นมาบังเอิญลูกค้าเขาอยากได้อะไรที่ ใหม่ สด โดนใจ เพราะตอนนั้นโฆษณาก็มีแต่เรื่องตลก ก็พยายามสร้างเรื่อง หาสถานการณ์มาเสนอหลายหนลูกค้าก็ยังไม่รู้สึกพีค บังเอิญว่าเราไปเจอเรื่องนี้ในหนังสือเป็นคอลัมน์เล็ก ๆ คือเวลาเราทำงานเราจะตัดข่าวสารเก็บไว้ พอเขาอยากได้เรื่องที่แปลกก็เลยเล่าเรื่องนี้ เล่าปากเปล่าให้ฟังนะ เขาก็เอาเลย เลือกเรื่องนี้เลย เราก็ทำออกมาให้เป็นทรู สตอรี่”

“ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือทุกประเภทอยู่แล้ว ใครเป็นเจ้าของหนังสือที่ผมอ่านนี่ถือว่าโชคดีนะ เพราะผมอ่านทุกคอลัมน์เลยนะ ผมอ่านแม้กระทั่งบุคคลในข่าว ข่าวสารที่มันมีวิชาการผมก็ชอบอยู่แล้ว แต่คอลัมน์ที่มันเผยความเป็นมนุษย์นี่มันก็มีอะไรน่าสนใจ อย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ อยู่ในคอลัมน์ยาว ๆ พูดถึงว่าทางตอนเหนือของประเทศจีนแถบมองโกเลีย มีคุณปู่อายุแปดสิบกว่า ทุกวันแกต้องไปพูดคุยกับเมียแกที่หลุมฝังศพ แล้วก็เล่นซอสองสายให้ฟังเท่านี้เอง”

ในภาคโปรดักชั่น...

“...เราก็มาใส่ไข่นะ คือตามสคริปต์จริง ๆ จะเอาข้าวต้มแพะด้วยซ้ำ ก็ว่าจะไปถ่าย ฯ ที่มองโกเลียด้วยซ้ำ แต่งบมันไม่ถึงก็เลยเป็นน้ำซุปเสีย แล้วในสคริปต์คุณปู่แกจะนั่งรถเมล์ไปประมาณสักสิบกว่ากิโลเมตร เราก็คุยกับผู้กำกับ ฯ ว่าให้ทิ้งรถมันไปเลย ทรมานคนแก่หน่อย ก็ให้เดินกัน... แล้วตามเรื่องจริง แกก็ทำมาได้สักสิบกว่าปี แล้วก็เติมตัวเลขนิดหน่อย ปรุงกันสุดฤทธิ์ สุดเดช”

ที่มาของความเป็นตัวเอง...

“ตอนเด็กเป็นประเภทชอบสอบได้ที่หนึ่ง ชอบ...สอบได้ที่หนึ่ง คือกลัวว่าตัวเองจะไม่มี value สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกนี้ เป็นลูกจ้างก็จะรู้สึกว่าเขาจะจ้างเราทำไมนะฮะ เวลาเราเลือกคนทำงานด้วยเราก็จะเลือกยากมาก เราก็จะบอกทุกคนว่าขณะที่เราอ่านหนังสือหรือนั่งทำงาน กลับบ้าน อาบน้ำเสร็จ ดูทีวีเสร็จต้องดูหนังหนึ่งเรื่องก่อนนอน สมัยก่อนตื่นเช้าดูอีกหนึ่งเรื่อง มันเป็นสัญชาติญาณที่ว่า กลัวตัวเองทำอะไรให้คนที่ว่าจ้างได้ไม่คุ้ม ด้วยความสัจจริงนะ...

ได้ฟังคนทำงานเล่าถึงงานที่เขาทำให้ฟังแล้วยิ่งรู้สึกดี และมีความเข้าใจในอีกแง่มุมหนึ่งเพิ่มขึ้น สังเกตุกันบ้างไหม ? ว่าผลตอบแทนที่คุ้มค่า มักจะมาจากการทำงานหนักเสมอ???


...................................................................................................................................................

1 ความคิดเห็น:

  1. กลับมาดูอีกรอบนึกว่าเป็นเรื่องจริงแบบโฆษณา

    ตอบลบ