ภูเก็ต ทะเลที่พระอาทิตย์เลือกมาปลูกบ้าน...
วางแผนมาร่วมปีกับการเดินทางครั้งนี้ เมื่อวานป่านนี้เราทำอะไรอยู่นะ เวลาเช้าแบบนี้คงติดอยู่บนถนนที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพชัวร์ แต่ดูซิ ตอนนี้มานั่งจิบน้ำส้มอยู่บนเครื่อง “การบินไทย” แต่อีกนานไหมกว่าเราจะได้เห็นน้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวๆ ของภูเก็ต อื้อม นั่นไง! เห็นแล้วๆ มองลงจากบนเครื่องบินนี่เห็นแต่น้ำทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา แถมมี เกาะเล็ก เกาะน้อย เต็มไปหมด
แล้วเกาะไหนนะคือภูเก็ต ส่ายตาหาว่าเกาะไหนใหญ่สุดก็อนุมานว่าใช่ เพราะเกาะภูเก็ตใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไม่ได้รู้เองหรอก ครู ส.ป.ช. เขาบอกมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม ... “คุณคะ เครื่องกำลังจะ landing กรุณารัดเข็มขัดด้วยค่ะ” เสียงหวานๆ พร้อมสัมผัสเบาๆ ที่หลัง นี่เองที่ทำให้เราหันกลับมาเห็นยิ้มหวานๆ ของน้องแอร์ ที่เป็นที่มาของเสียง ..ถอนหน้าออกจากบานกระจกที่เมื่อกี้แปะอยู่เต็มเหนี่ยว กลับสู่ภาวะปกติ ...รัดเข็มขัดที่นั่งตามคำน้องแอร์ บอกตรงๆ ว่าทำให้ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่ไม่อยากทำให้น้องแอร์ผิดหวัง...
ถึงสนามบินภูเก็ต บรรยากาศสวยสะอาดสมกับเป็นสนามบินของแหล่งท่องเที่ยวที่ดังไปทั่วโลก วันแรกขออยู่เที่ยวในตัวเมืองก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อย move ไปเสพบรรยากาศทะเลอย่างเต็มที่ ที่หาดป่าตอง เข้าที่พักล้างหน้า เก็บของ ..ไม่รอช้า ทะยานออกมาหารถกระป๊อหน้าโรงแรมทันที ที่นี่รถกระป๊อมีวิ่งทั่วเมือง ราคาก็ไม่กี่สิบบาทแล้วแต่ว่าจะไปไหน แต่ในกรณีเราขอนั่งไปเรื่อยๆ ชิวๆ ชมนกชมไม้ ในเมืองก่อน
เมืองภูเก็ตก็เหมือนกับเมืองท่องเที่ยวชายทะเลส่วนใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ทั้งขายของที่ระลึก ขายขนม หรือขายอาหารเต็มไปหมด โดยเฉพาะร้านอาหารมีหลายร้านที่ตกแต่งได้น่ารัก มองเข้าไปเห็นแต่นักท่องเที่ยวหัวทองเต็มพรื่ด มองเผินๆ นึกว่ายังอยู่แถวถนนข้าวสาร
บรรยากาศแบบนี้แม้จะทำให้เมืองภูเก็ตดูมีชีวิตชีวาและสีสัน แต่ความเจริญที่ทำให้อะไรๆ ภายนอกดูดี ก็จะมี “ผลประโยชน์” แอบอยู่เสมอ แต่ทุกอย่างควรมีความพอดี เพราะคงน่าเสียดายถ้าวันหนึ่งสภาพของภูเก็ตกลายไปเป็นแบบพัทยา ที่เราเห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นอะไรไปแล้วในปัจจุบัน
โชคดีที่เรายังมีโอกาสได้เห็นตึกสมัยเก่ารูปทรงยุโรปสถาปัตยกรรมแบบ ชิโน-โปรตุกีส ที่ตึกจะมีส่วนลึกมากกว่าส่วนกว้างและไม่สูงนัก และศาลากลาง และศาลของภูเก็ต เขาก็ยังอนุรักษ์รูปทรงแบบโบราณที่ยังคงความเป็นสถาปัตแบบยุโรปเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ...แต่เอ๊ะ! นี่เรามาถึงนี่เพื่อมาดูตึกหรือ ทันเท่าความคิด รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนั่งอย่างเนียนอยู่ในเรือของกรุ๊ปนักท่องเที่ยวที่กำลังมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านชาวเล...
ชาวเลหรือชาวน้ำ เป็นชนกลุ่มน้อยของไทย หน้าตาก็ออกไปทางแขกๆ เราเดินตุปั๊ดตุเป๋เข้าตรอกนั้น ทะลุซอยนี้ ดูชาวบ้านที่นี่เขาใช้ชีวิต ชาวบ้านเขาก็ดูชินๆ กับการที่มีคนแปลกหน้ามาเข้าๆ ออกๆ บริเวณรอบบ้าน อารมณ์การเที่ยวก็จะประมาณไปเยี่ยมหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาวที่แม่ฮ่องสอน ต่างกันว่าคนที่นี่ คอไม่ยาวเท่ากระเหรี่ยงเท่านั้นเอง ....แต่เอาน่ะ อย่างน้อยก็ได้มานั่งเรือชมทะเลภูเก็ต มีโอกาสถูกน้ำทะเลที่ภูเก็ตสาดกระเซ็นใส่หน้า ได้รู้ว่าน้ำทะเลที่นี่เค็มต่างจากน้ำทะเลที่อื่นอย่างไร...
กลับเข้าผั่งก็เหยียบเย็นย่ำ (โอว..วว เล่นคำ) เวลาใกล้พระอาทิตย์ตกดินเช่นนี้ ที่หมายต่อไปจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก “แหลมพรหมเทพ” ได้ยินในทีวีมานานแล้วที่นักข่าวรายงานอะไรสักอย่างแล้วปิดท้ายว่ารายงานจาก “แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต” ต้องไปดูให้เห็นกับตา จะได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเสียที พี่แหลมพรหมเทพนี่...
ลุ้นตลอดทางไปแหลมฯ ว่าจะถึงทันเห็นพระอาทิตย์ตกดินหรือเปล่า เพราะเขาพระอาทิตย์เวลามาตกดินที่นี่ จะสวยกว่าเวลาที่เราไปเห็นท่าน(พระอาทิตย์) ตกดินที่ไหนๆ ก็เลยอยากจะรู้ว่าที่บอกว่าสวยน่ะ สวยแค่ไหน ยังไง ...
ถึงแหลมพรหมเทพ รถยังไม่ทันจอดสนิทสวมวิญญาณหวงเฟยหง กระโดดลงให้คนทั้งคันรถร้องว๊าย! หลายคนปรบมือชื่นชมความตั้งใจที่อยากรีบไปให้ทันเห็นพระอาทิตย์ เราไม่อยากหลอกลวงใคร เลยหันไปตะโกนบอก “หนูรีบไปฉี่ต่างหาก!!” แล้ววิ่งหายไปทางห้องน้ำแถวแหลมพรหมเทพ
เดินสบายตัวกลับมาที่แหลมฯ หาที่นั่งจับจองปล่อยอารมณ์รอเวลาพระอาทิตย์ตก ไม่มีใครพูดกับใคร ปล่อยให้ลมเย็นๆ จากชายผั่งพัดใส่หน้า แอบมองคนอื่นๆ เชื่อว่าหลายคนกำลังติ๊ต่างว่าตัวเองเป็นนางเอก พระเอกมิวสิควิดิโอ ไม่นานก็ได้เวลาพระอาทิตย์ตก เหมือนไข่เค็มยักษ์ค่อยๆ โรยตัวจากท้องฟ้า มองเพลินๆ กระทั่งไข่เค็มมาแดงอยู่เบื้องหน้าตรงระดับสายตาเรา แล้วค่อยๆ จมลงทะเลไปทีละนิด ๆ กระทั่งหายไปในทะเลจนมิดฟอง นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเราฉลาด เราคงนึกว่า บ้านของพระอาทิตย์อยู่ในทะเลแน่ๆ เช้าก็ออกไปทำงาน เย็นก็ค่อยๆ อ้อยอิ่งกลับบ้าน มีงานคือสร้างแสงสว่างให้กับชาวโลก ช่างเป็นงานที่เท่มั่กๆ อย่างนี้กลับไปต้องไปหาดูใน Jobsdbคิดว่าคงมีชัวร์ เฮ้อคิดเรื่องดีๆ ได้อีกแล้วเรานิ่ โชคดีจังที่เกิดมาฉลาด...
เอาล่ะวันนี้ง่วงแล้วขอแวะตระเวนหาของอร่อยๆ กิน แล้วค่อยกลับที่พัก เตรียมตัวสำหรับการย้ายที่พำนักไปยังหาดป่าตองในวันพรุ่งนี้ รับรองว่าจะมีเรื่องสนุกๆ จากทะเล สมกับที่ได้มาเยือนภูเก็ต รวมทั้งแหล่งของกินแสนอร่อยของที่นี่ แล้วพบใหม่เมื่อใครต้องการนะจ๊ะ
.............................................................................................................................................................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น