ดูปู ดูปลา (ตีน) ลั้ลลา.. สมุทรสาคร

ตั้งใจว่าจะไปอัมพวา หลังจากผลัดมามากมายหลายที ว่าๆ ไปก็เคยไปมาแล้วแหละ แต่ครั้งนั้นยังรู้สึกว่าได้เห็น ได้สัมผัสแค่ผิวๆ ยังไม่ถึงเนื้อหนัง จึงอยากกลับไปอีกครั้ง

สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดฝาแฝด ชื่อก็คล้ายๆ กัน ที่ตั้งก็อยู่ติดกัน แถมเป็นถิ่นของแฝดอิน – จัน อีกต่างหาก

แค่ทางไปก็กินขาดบาดใจแล้ว เพราะจากกรุงเทพ ก่อนจะเข้าสู่หัวเมืองสมุทรสาคร มีปั๊ม ปตท. ใหญ่มากๆ เป็น Shopping Complex แต้ๆ
เรานิ่เกือบจะปักหลักเดินที่นี่เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ปงไม่ไปมันแล้ว อัมพวา

ดึงตัว ดึงใจ กลับมา... ตัดใจจากปั๊มปตท.แล้วเดินหน้าสู่สมุทรสาคร  แต่เวลาเพิ่งจะใกล้เที่ยง แล้วอัมพวานี่มันตลาดเย็นนา ก็เลยหาที่เที่ยวแห่งอื่นไปพลางๆ ก่อนดีฝ่า ที่ไหนดี ที่ไหนดีนะ อือมนึกออก... ไป “ดอนหอยหลอด” กันเต๊อะ

ดอนหอยหลอดวันนี้ (เมื่อวานเป็นไงไม่รู้ ไม่เคยมา..) ทางเข้าดูเงียบเหงาเบาบาง ตอนแรกนึกว่าคงเข้าไปพบแต่ความซบเซาเป็นแน่ ที่ไหนได้ ยิ่งลึกยิ่งคึกคัก ผู้คนทั้งนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร พ่อค้าแม่ขาย โดยเฉพาะร้านอาหารริมทะเล มีรถจอดออกันคับคั่ง มีทั้งนายโบก นางโบก มายืนเรียกแขกอยู่หน้าร้าน ซึ่งโดยส่วนตัว พยายามจะเลือกเข้าร้านอาหารที่ไม่มี Mr.&Mrs.โบก  เพราะไม่ชอบให้ใครบังคับ

เลือกเติมพลังที่ร้าน ลุงขันธ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารทะเลที่ดูมาตรฐาน แต่ไม่ติดทะเล บวกกับคำแนะนำของลุง Security (ยาม) ตรงลานจอดรถที่แนะนำร้านนี้ ก็เลยตามใจแก ถึงร้านลุงขันธ์สั่งไปสามอย่าง ปลาเก๋าสามรส, กุ้งอบวุ้นเส้น และที่ขาดไม่ได้หอยหลอดผัดฉ่า อ๋อ มีข้าวผัดปูจานเล็กอีกจาน เบ็ดเสร็จ ห้าร้อยกว่าบาท อิ่ม แต่ไม่ค่อยอร่อยเท่าที่ควร เราว่าลุงขันธ์แกทำอาหารไว้แล้ว มันไม่ใช่ทำสดใหม่ตาม order ข้อดีก็คืออาหารจะมาเร็ว แต่ข้อเสียคือไม่อร่อยเท่าที่ควร  อย่างปลาเก่า เอ้ย ! ปลาเก๋าสามรสนิ่ น้ำราดคือรสชาติเดียวกับน้ำไข่ลูกเขยเลย เชื่อว่าแกคงทำไข่ลูกเขยไว้หม้อนึง ถ้าลูกค้าสั่งไข่ลูกเขยก็ตักใส่จานไป แต่ถ้าสั่งปลา ก็เอาน้ำนั่นแหละราดๆ เข้า กลายเป็นเมนูปลาลูกเขย เอ้ย ! ปลาเก๋าสามรส ซะงั้น !

ออกมาเดินบนเส้นทางที่มีของขาย ก็จะมีอาหารทะเลต่างๆ ทั้งสด และแปรรูป ซึ่งแน่นอนว่าต้องมี “หอยหลอด” วางขายหลายเจ้าให้เราเลือก ซึ่งบางเจ้าเขาขายพร้อมเครื่องที่ใช้ผัดทำเมนูฉู่ฉี่ (กระชาย , พริก , โหระพา) ให้เราซื้อกลับไปทำเมนูฉู่ฉี่หอยหลอดกินเองที่บ้านได้สะดวกขึ้น  อีกเมนูที่น่าสนใจคือ ยำไข่แมงดา ซึ่งเขามีแม่แมงดาชะตาขาด พร้อมไข่ในท้องที่ล้นทะลัก ปิ้งวางไว้บนแผง พร้อมเครื่องยำ (น้ำยำ + มะม่วง) ให้ซื้อกลับไปฝาก หรือจะซื้อกินเลยก็ตามสะดวก

ดูของขายจนสุดทาง เดินวกกลับมาทางเดิม แล้วลองเดินขึ้นไปดูทางฝั่งริมทะเล เห็นมีท่าเรือเล็กๆ ก็ลองเข้าไป ถามดูขำๆ ว่าเรือที่จอดเรียงๆ กันอยู่นิ่ เขามีพาไปเที่ยวที่ไหน ปรากฏว่าเป็นเรือนำเที่ยวจริงๆ เขาพานักท่องเที่ยวไปวนดูรอบเกาะ ซึ่งก็คือเกาะดอนหอยหลอดนั่นแหละ (ไม่น่าจะใช่เกาะรัตนโกสินธ์) เหมาลำ ประมาณ 1 ชั่วโมง ลำละ 500 บาท หนึ่งลำนั่งได้ 5 – 6 คน จังหวะว่ามีนักท่องเที่ยวคนอื่นที่อยากไปเที่ยว รวมๆ กัน ก็ได้ 5 คนพอดี เฉลี่ยคนละ 100 บาท อืม ได้เที่ยวล่ะทีนี้...

เรือนำเที่ยวเป็นเรือลำเล็กๆ ติดมอเตอร์ที่ท้ายเรือ เรานั่งตรงหัวเรือด้านหน้า เมื่อออกเรือ ทั้งหน้าเรือ และหน้าเราจึงปะทะลมทะเลแบบเต็มๆ ได้ feel ดีเยี่ยม แต่ภาวนาในใจว่าอย่าได้ไข้กลับบ้านมาด้วยนะ ขอแต่ feel only….

เจอลมทะเลปะทะหน้าก็ว่า feel จะแย่แล้ว trip นี้ ยังได้เห็นป่าชายเลน นกนางนวล นกเป็ดน้ำ โน่นนั่นนี่ ก็รู้สึกว่า 100 บาทที่เสียไปนี่ คุ้มเห็นๆ แต่พอเข้าอาณาเขตของชุมชนรอบๆ เกาะ ซึ่งพื้นที่จะเป็นดินโคลน ดินเลนอยู่ริม 2 ฝั่งของแม่น้ำ (ซึ่งแยกมาจากทะเลอ่าวไทย) ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่คนเราจะมีโอกาสได้เห็นสิ่งมีชีวิตในเลนเหล่านั้นระยะประชิด ก็มีปู และนี่ค่ะ “ปลาตีน” ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากคนกวนตีนอย่างข้าพเจ้าได้ เสมือนเจอเพื่อนรักที่เคยรู้จักกันมานาน

ปลาตีน !! อุ๊ย !! ปลาตีน...แว๊กก...!! นั่นก็ปลาตีนปลาตีนอีกแล้ว  กรี๊ด !!! ตัวนั้นตีน เอ้ย ! ตัว ใหญ้ ใหญ่  กรี๊ด ๆๆ!! แว๊กๆ !!
กว่าจะวนกลับมาถึงฝั่งก็เย็นย่ำ ขาไปมีหลายเรื่องอยู่ในหัว แต่ขากลับในหัวมีแต่หน้าปลาตีน  คิดถึ้ง คิดถึง
ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ได้มีโอกาสไปไหว้สักการะ กรมหลวงชุมพร ฯ และได้อ่านหลักจารึกที่ท่านบันทึกไว้ ใจความสรุปว่า “ในฐานะที่ท่านเป็นหน่อเนื้อเชื้อไทย ขอห้ามปรามมันผู้ใดที่คิดคดทรยศต่อแผ่นดินไทยผืนนี้ ให้อย่ากระทำการณ์ทรยศนั้น และขอให้คนดีๆ ที่อาศัยบนแผ่นดินไทยผืนนี้ จงมีแต่ความสุข ความเจริญ” ประมาณนั้น

แถมได้เสี่ยงเซียมซีอีก แทบจะเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีเลยมั้ง ปรากฏว่าเขย่าอยู่นาน เขย่าอยู่นั่น ก็ไม่เห็นไม้ไหนมีท่าจะหล่นมาสักปิ๊ก ก็เลยใช้วิธี manual คือเอามือไปเกลี่ยๆ ให้เซียมซีมี slop (กะจะหยิบมาสักอันจากในกระบอกเลยแล้วล่ะ เกรงใจ) แล้วเขย่าใหม่ ให้สักอันหล่นออกมา ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่ต้องอิงกับ skill พอสมควร (ใช้ภาษาอังกฤษทับศัพท์ตลอด เด็กลูกครึ่งก็งี้) เพราะเขย่าแบบเทหัวทิ่ม ก็มีความเสี่ยงที่เซียมซีจะหล่นออกมาทั้งกระบิ เสียการณ์ใหญ่ ต้องเขย่าให้หล่นมาแค่ไม้เดียว แล้วต้องได้ทีเดียว ทีแรกนี้ด้วย เพื่อความเป็นศิริมงคล กระทั่งในที่สุดก็เขย่ามาจนได้ ได้เบอร์ 5 ถือว่าเป็นเบอร์ที่ประหยัดไฟสูงสุด อ้าว ! ไม่ใช่ ! ก็เดินไปเอาผลสลากเซียมซีมาอ่าน ลุ้นอยู่เหมือนทายผลบอลโลก ปรากฏว่าผลออกมาดีใช้ได้ คิดไปเองว่าค่อนข้างตรงกับชีวิตตอนนี้ แต่บอกไม่ได้ เขาบอกว่าผลจากเซียมซีทั้งดีและร้ายเราต้องปิดเป็นความลับ (ไม่รู้ใครบอกเหมือนกัน คิดขึ้นมาเองแล้วหาว่าคนนั้นคนนี้บอกหรือเปล่ายังไม่แน่ใจตัวเองเลย) 

ขึ้นรถ เดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

อ้าวเฮ้ย !! ยังไม่ได้ไปอัมพวาเลยนี่นา เซ็งเป็ด !  ไว้คราวหน้า ไว้คราวหน้า...

1 ความคิดเห็น:

  1. เอ่อ.... ที่ว่าจะไปอัมพวาคราวหน้านี่เมื่อไหร่ อีกนานไหม แบบว่าจะฝากซื้อเป็ด

    จาก.. โปรด เป็ดร่อน

    ตอบลบ